อาณาจักรเหรียญกษาปณ์ทองคำ

เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นสร้างพระตำหนัก ร.9 ปากพนัง ปี2541 พิมพ์ใหญ่ 18 กรัม พิธีใหญ่ อ.นอง

SOLD OUT
฿0.00
พิธีพุทธาภิเษก วันเสาร์ที่ 14 พ.ย.2541 ณ อุโบสถวัดช้างให้ และพระอุโบสถวัดพระแก้ว ในวันเสารที่ 21 พ.ย.2541 เวลา 15.00 น นายสวัสดิ์ โชติพานิช เป็นประธาน
  • หมวดหมู่ : หลวงปู่ทวด
  • รหัสสินค้า : 001484

รายละเอียดสินค้า เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นสร้างพระตำหนัก ร.9 ปากพนัง ปี2541 พิมพ์ใหญ่ 18 กรัม พิธีใหญ่ อ.นอง

เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นสร้างพระตำหนัก ร.9 ปากพนัง ปี2541 พิมพ์ใหญ่ 18 กรัม พิธีใหญ่ อ.นอง หมายเลขประจำองค์พระ 994

ประวัติและวัตถุประสงค์ของการจัดสร้าง (ย่อๆ จากหนังสือรวมประวัติอาจารย์นอง โดยชัยนฤทธิ์ พันธุ์ทอง) มีดังนี้ครับ

     หลวงปู่ทวด รุ่นที่ระลึกพระตำหนัก ร.9 ปากพนัง มีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ไปสมทบทุนการสร้างพระตำหนักประทับแรมเฉลิมพระเกียรติ ณ ลุ่มน้ำปากพนัง น้อมเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นที่ประทับในการเสด็จแปรพระราชฐานทรงงานติดตามดูแลโครงการพระราชดำริฯ ในลุ่มน้ำปากพนังและภาคใต้ตอนกลาง การจัดสร้างวัตถุมงคลในครั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่9 ทรงพระราชทานบรมราชานุญาตให้ใช้พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก และทรงพระราชทานไฟพระฤกษ์จุดเทียนชัยฯ ใน วันเสารที่ 21 พฤศจิกายน 2541 เวลา 15.00 น. มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์และนายสวัสดิ์ โชติพานิช เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

 

    โดยที่เกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์ต่อหน้าประชาชนที่มาร่วมในพิธีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2541 คณะกรรมการได้อัญเชิญไฟพระฤกษ์มายังวัดทรายขาว ให้ท่านอาจารย์นองจุดเทียนชัยเพื่อนำไปประกอบพิธี ณ อุโบสถวัดช้างให้ ซึ่ง ขณะนั้นท่านยังอาพาธอยู่ ขณะที่ท่านบริกรรมคาถาอยู่สักครู่หนึ่ง ปรากฏว่าร่างของท่านสั่นเทิ้ม มือที่ถือเทียนสั่นอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นอาการที่หลวงพ่อทวดประทับทรง ลูกศิษย์ต้องรีบเข้าไปประคองมือจนจุดเทียนชัยสำเร็จ จากนั้นท่านก้มลงกราบกับพื้น 3 ครั้งและเปล่งเสียงอยู่ในลำคอเสมือนบอกได้ว่า จุดเทียนชัยให้แล้ว ต่อมาท่านจึงยืดตัวขึ้นยกมือพนมศรีษะเหมือนมีบางสิ่งลุกขึ้นจากร่าง จนกระทั่งอยู่ในสภาวะปกติ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่างสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่อยู่ในพิธีเป็นอย่างมาก

 

     ต่อมาในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2541 จัดให้พิธีพุทธาภิเษกขึ้น ณ อุโบสถวัดช้างให้ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ (รัชกาลที่ 10) พระราชทานไฟพระฤกษ์จุดเทียนชัยในพิธีพุทธาภิเษก มีคณาจารย์ ทัง 14 จังหวัดภาคใต้นั่งอธิษฐานจิต จนกระทั่งดับเทียนชัย

 

  ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสืออาจารย์นอง ธมมภูโต โดย ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง

 

  พระตำหนักประทับแรมปากพนัง ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 80140

 

     รายละเอียด: พระตำหนักประทับแรม ปากพนัง หรือ พระตำหนักประทับแรมเฉลิมพระเกียรติอำเภอปากพนัง ตั้งอยู่ที่ ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระตำหนักแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศ ที่ก่อสร้างขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนชาวไทย เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นที่พระองค์ท่านทรงเมตตาต่อเหล่าพสกนิกรชาวปากพนังเป็นที่ยิ่ง

 

     ลักษณะเด่นกลุ่มอาคารในพระตำหนักฯ ประกอบไปด้วย

ที่จอดรถพระประเทียบ

ศาลารอรับเสด็จ1

สาลารับเสด็จ2

อาคารพระราชทานเลี้ยง

พระตำหนักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

อาคารเรือนราชองครักษ์ และแพทย์หลวง

อาคารท้องพระโรง

พระตำหนักสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

อาคารเรือนพักคุณข้าหลวง

พระตำหนักฯ

ศาลากลางน้ำ

อาคารจอดรถพระที่นั่ง1

อาคารจอดรถพระที่นั่ง2

นารายณ์ทรงสุบรรณ

ลิฟต์โดยสารส่วนพระองค์

     ประวัติ : พระตำหนักประทับแรม ถูกสร้างขึ้นในโครงการสร้างบ้านให้พ่อซึ่งดำเนินการโดยความร่วมมือของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและชาวไทยทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นพระตำหนักทรงงานถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในคราวเสด็จอยู่ และทรงงานในจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในพระตำหนักประกอบไปด้วยกลุ่มอาคารพระตำหนักฯ มีลักษณะสถาปัตยกรรมภาคใต้ ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

     ในอดีต อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชและในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง พรุควนเคร็งประสบกับปัญหาเดือดร้อนจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก ทั้งอุทกภัยการขาดแคลนน้ำจืด ปัญหาดินเปรี้ยว ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่เกษตร ผลผลิตตกต่ำ ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ยากแร้นแค้น ส่งผลถึงการอพยพแรงงานและการโยกย้ายถิ่นฐาน จากดินแดนซึ่งเคยเป็น อู่ข้าวอู่น้ำมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งพื้นที่นาและในแม่น้ำ กลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีความยากจนมากที่สุดของประเทศ

 

  การเดินทาง : จากอำเภอเมืองไปยังอำเภอปากพนังระยะทางประมาณ 35 กม. ใช้เส้นทาง 4013 เลี้ยวขวาบริเวณสามแยก ไปยังอำเภอปากพนังฝั่งตะวันออก ถึงสี่แยกเลี้ยวขวาอีกครั้ง เดินทางต่ออีกประมาณ 2กม. ถึงหัวงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหากจะเดินทางไปยังอำเภอปากพนังฝั่งตะวันออก ใช้เส้นทาง 4013 จากอำเภอเมือง เลี้ยวขวาบริเวณสามแยก ผ่านสี่แยก และข้ามสะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง ไปยังอำเภอปากพนังฝั่งตะวันออก