อาณาจักรเหรียญกษาปณ์ทองคำ

พระกริ่งไพรีพินาศ ญสส.มูลนิธิพิทักษ์ดวงตา ร.9 ครองราชย์50ปี เนื้อทองคำ99.99% นิยมและสวยมาก

฿54,000.00 ฿48,000
องค์กรรมการ พ๑๖ พิธีพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดบวรนิเวศ จัดสร้างเพียง 2,000 องค์ ในปี 2539 โดย บริษัทแพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)
ซื้อเลย
หยิบลงตะกร้า
  • หมวดหมู่ : พระกริ่ง-พระรูปหล่อ
  • รหัสสินค้า : 001587

รายละเอียดสินค้า พระกริ่งไพรีพินาศ ญสส.มูลนิธิพิทักษ์ดวงตา ร.9 ครองราชย์50ปี เนื้อทองคำ99.99% นิยมและสวยมาก

พระกริ่งไพรีพินาศ ญสส.มูลนิธิพิทักษ์ดวงตา ร.9 ครองราชย์50ปี เนื้อทองคำ99.99% นิยมและสวยมาก

องค์พระกริ่ง หนัก 15.24 กรัม ขนาดกว้าง 1.5 ซม. สูง 2.7 ซม. หมายเลขประจำองค์พระ พ๑๖ ซึ่งเป็นองค์กรรมการ

มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน จัดสร้างพระกริ่งไพรีพินาศ (ญสส) เนื้อทองคำ 99.99% จำนวน 2,000องค์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานอนุญาตพระนามย่อประดิษฐานองค์พระ และทรงพระเมตตาประทานเงินจัดสร้างจำนวน 300,000 บาท และในปลายปี พ.ศ. 2540 ทรงประทานเงินอีกจำนวน 50,000 บาท พิธีพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

 

  จัดสร้างในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี เพื่อนำรายได้ไปจัดซื้อเลนส์แก้วตาเทียมและทำการ่าตัดโรคตาต้อกระจกแก่ผู้ป่วยที่ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร จำนวน 50 โรงพยาบาลๆละ 50 ดวงตา ในปี2539

 

  ผลิตโดย บริษัทแพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทพรีม่า โกลด์

 

  "พระไพรีพินาศ" เป็นพระนามของพระพุทธรูป ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ เก๋งบนชั้นสองของพระเจดีย์ใหญ่วัดบวรนิเวศ วิหาร กรุงเทพฯ เป็นพระศาลาแกะที่มีชนาดย่อม หน้าตักกว้าง 33 ซม. และมีความสูงถึงปลายรัศมี 53 ซม. สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงมีพระวินิจฉัยในสาสน์สมเด็จว่า"พระไพรีพินาศเป็นพระพุทธรูปแบบมหายานปางประทับ นั่งประทานอภัย กล่าวคือ มีพระพุทธลักษณะเหมือนพระปางมารวิชัยหัตถ์ขวาที่วางอยู่บนพระชานุขี้น"

 

  พระไพรีพินาศองค์นี้มีผู้นำมาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นยังทรงผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศ วิหาร และอยู่ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระไพรีพินาศองค์นี้ทรงแสดงอภินิหารให้ปรากฏอริราช ศัตรูที่คิดปองร้าย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต่างมีอันเป็นไป และพ่ายแพ้ภัยตนเอง พระองค์จึงโปรดให้ถวาย พระนามของพระพุทธ รูปองค์สำคัญนี้ว่า "พระไพรีพินาศ" โดยมีหลักฐานเป็นกระดาษพับสอดไว้ใต้ฐานมีอักษรเขียนว่า "พระสถูปเจดีย์ศิลาบัลลังก์องค์ จงมีนามว่าพระไพรีพินาศ ตตเทอญ" และอีกด้านเขียนว่า "เพราะตั้งแต่ทำมาแล้ว คนไพรีก็วุ่นวายยับเยินไปโดยลำดับ" หลักฐานดังกล่าวได้ค้นพบเมื่อวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2507 ระหว่างซ่อมแซมพระเจดีย์ 96 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร

 

มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน

 

  เมื่อปี พ.ศ. 2529 พลตรีกวี คัมภีรญาณ รองผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม ได้รับการผ่าตัดจอประสาทตาลอกที่ตาข้างขวาในโรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์หญิงโสมสราญ วัฒนะโชติ เป็นผู้ให้การรักษา จากตาที่เริ่มจะบอดสนิท สามารถนับนิ้วมือได้ในระยะ 2 - 3 ฟุต จนกลับมีสายตาเป็นปกติ และในระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลราชวิถีนั้น ท่านได้เห็นความทุกข์ยากของผู้ป่วยที่ยากจน รวมทั้งความยากลำบากของแพทย์พยาบาลที่รักษาคนไข้ด้วยงบประมาณที่ไม่เพียงพอ จึงได้รวบรวมเงินของท่าน และเพื่อน ๆ โดยเฉพาะจากท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม และคุณสินธู ศรสงคราม ได้จำนวนเงิน 305,500 บาท มอบให้แก่แพทย์หญิงโสมสราญ วัฒนะโชติ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงเครื่องมือผ่าตัดจอประสาทตาลอก แต่เนื่องจากเครื่องมือที่ต้องการในขณะนั้นได้รับการบริจาคจากองค์การ CBM (Christian Blinden Mission) ประเทศเยอรมันตะวันตกเสียก่อน เงินจำนวนนี้จึงได้นำมาเป็นเงินกองทุนจัดตั้งมูลนิธิชื่อว่า มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาราชวิถีโดยมีนายแพทย์สาโรจน์ อรรถวิภัชน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถีเป็นประธานกรรมการ และอาจารย์สมบัติ รูปประดิษฐ์ เป็นรองประธานกรรมการฝ่ายจัดหาทุน

 

  มูลนิธิฯ ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2532 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในเบื้องแรกมูลนิธิฯ มีสำนักงานตั้งอยู่ในโรงพยาบาลราชวิถี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขสภาพตาบอดจากต้อกระจก และโรคตาอื่น ๆ แก่ประชาชนที่มีฐานะยากจน ตลอดจนสนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านจักษุวิทยา เพื่อให้ประชาชนมีสายตาที่ดีและเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต มูลนิธิฯ ได้ร่วมทำการวิจัยกับองค์การออร์บิช นิวยอร์ค - แคนาดา มูลนิธิฯ เลออนฮาร์ด และคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยสถิติผู้ป่วย เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการผ่าตัดต้อกระจก ระหว่างการผ่าตัดแบบลอกต้อกระจกออกแล้วใส่แว่นตา(ICCE) กับการผ่าตัดลอกต้อกระจกออกแล้วใส่เลนส์ตาเทียม(ECCE) พบว่าการผ่าตัดด้วยวิธีหลัง คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างมีนัยสัมพันธ์ที่ชัดเจน มูลนิธิฯ จึงใช้การรักษาต้อกระจกด้วยการผ่าตัดลอกต้อกระจกออกแล้วใช้เลนส์ตาเทียมเป็นหลักมาตลอดจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การบริการประชาชนด้านโรคตาเป็นไปโดยกว้างขวางและแพร่หลาย มูลนิธิฯได้เรียนเชิญบุคคลจากสาขาอาชีพต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการมูลนิธิฯ และได้เปลี่ยนชื่อมูลนิธิฯ โดยใช้ชื่อว่า มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชนจากการสนับสนุนและเอื้อเฟื้อของโรงพยาบาลกรุงเทพ ให้สถานที่ในศูนย์จักษุ ณ.อาคารใหม่เป็นสำนักงานของมูลนิธิฯจึงย้ายมายัง เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ