เหรียญหล่อ พระศาสดาใบเสมา ภปร. หนัก 22.5 กรัม วัดบวรนิเวศวิหาร
ปี 2532
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ได้ทรงเป็นประธาน
เข้าพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2532
เหรียญพระศาสดา ภปร. ปี2532 วัดบวรนิเวศ
กรุงเทพฯ สร้างเนื่องในโอกาสครบสองทศวรรษโรงพยาบาลรามาธิบดี
ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ เนื้อชนวนโลหะที่นำมาหลอม
นอกจากแผ่นอักขระยันต์และชนวนโลหะมงคลจำนวนมากแล้ว สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานลงอักขระแผ่นทอง แผ่นนาก และแผ่นเงิน อย่างละ 5
แผ่น
เพื่อนำมาหล่อหลอมเป็นองค์พระกริ่งศาสดา พิธีเททองโดยสมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก
ประกอบพิธีเททองหล่อพระศาสดาชุดนี้หน้าพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วันพฤหัสบดี ขึ้น
7 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 11 พฤษภาคม 2532
เวลา
13.18 น. อันเป็นราชาฤกษ์และได้เกณฑ์เพชรฤกษ์และธนโยค
พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ที่วัดบวรนิเวศ โดยมีสมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธาน
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
ได้ทรงเป็นประธานให้ โดยนำเข้าพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2532 โดยมีประธานฝ่ายสงฆ์ คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปรินายก ทรงจุดเทียนชัย เมื่อเวลา 18.30 น. อันเป็นบูรณฤกษ์
(ภูมิปาโล) และทรงแผ่เมตตาจิตให้จนเสร็จพิธี มีพระสงฆ์เจริญ พระพุทธมนต์ 10
รูป
สวดพุทธาภิเษก 4 รูปและมีพระเกจิคณาจารย์ร่วมอธิษฐานจิตอีก 9 รูป
มีหลวงพ่อุตตมะ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม หลวงพ่อฑูรย์
วัดโพธินิมิต เป็นอาทิ
พระศาสดาท่านได้ชื่อว่าเป็น"พระหมอ" ส่วนใหญ่จะมีคนไปขอบนกับท่านแล้วจะหายทุกราย
หากการอธิษฐานนั้นไม่เกินกรรมทางโรงพยาบาลรามาจึงนำรูปท่านมาสร้างเพื่อหมายให้ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยได้นำไปบูชา
ในการสร้างนั้นสร้างขึ้นโดยคณะแพทย์ศาสตร์ของโรงพยาบาลรามาเองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล
โดยร่วมกับมูลนิธิรามาธิบดีในการจัดสร้างวัตถุมงคลบชุดนี้เพื่อดำเนินการหาทุนเพื่อตั้งเป็นกองทุนผู้ป่วยที่ยากไร้
และก่อสร้างศูนย์การแพทย์สิริกิติ์
เหรียญหล่อพระศาสดาหลัง
ภ.ป.ร. และความพิเศษที่น่าสนใจดังนี้
1. มีปรมาภิไธยย่อ
ภ.ป.ร.ขององค์พระมหากษัตริย์ ผู้เป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย
ประดิษฐ์อยู่ด้านหลังขององค์พระศาสดาเป็นครั้งแรก
2. มีประธานฝ่ายสงฆ์
คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเป็นประธานอุปการคุณฝ่ายสงฆ์
3. รายได้ที่เกิดขึ้นนำมาใช้ในกองทุนผู้ป่วยยากไร้
และสร้างอาคารรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาธิบดี